F11 Generation

สัปดาห์ที่ผ่านมาและสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ทีม FireOneOne ต้องส่งมอบงานสำคัญของเราให้กับลูกค้าหลายรายพร้อม ๆ กันครับ รวมถึงยังมีบางคนที่ต้องเตรียมความพร้อมในการเริ่มโปรเจ็กท์ใหม่ต่อเนื่องกับลูกค้าด้วย … เป็นความยุ่งที่เกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์และเป็นความสนุกมากของพวกเรา

แน่นอนว่าบางโปรเจ็กท์เราสามารถนำมาเล่าสู่กันฟังได้อย่างเปิดเผย แต่ก็มีอีกหลายโปรเจ็กท์ที่เรายังไม่สามารถกล่าวชมออกมาได้จนกว่าลูกค้าจะสร้างเสร็จหรือเปิดบริษัทใหม่ตามแผนที่วางเอาไว้ แต่ถึงตอนนี้ผมรู้สึกภูมิใจในตัวน้อง ๆ ทุกคนเลยอยากเขียนออกมาให้คนอื่น ๆ ได้ทราบกันครับ

อายุไม่ใช่ปัญหา

น้องที่ออฟฟิศของเราตอนนี้อายุเฉลี่ยอยู่ราว ๆ 27–28 ปี (2019) ซึ่งอาจจะมีคนแปลกใจว่าบริษัท Design & Consult และทำด้าน Innovation ที่ต้องทำงานกับลูกค้าระดับบริษัทมหาชนนั้นควรจะมีอายุเฉลี่ยของพนักงานสูงกว่านี้ไม่ใช่เหรอ? อายุน้อยขนาดนี้แล้วจะรู้เรื่องธุรกิจของลูกค้าได้ยังไง?

สิ่งที่เราเชื่อและพูดมาตลอดหลายปีนี้ก็คือ “ลูกค้าของเราในทุกอุตสาหกรรมกำลังเดินไปสู่เส้นทางที่ไม่มีใครเคยเดินไป แม้แต่ประสบการณ์ยี่สิบหรือสามสิบปีของลูกค้าเองก็เป็นที่รู้กันดีว่าเอามาใช้สร้างความสำเร็จใหม่ไม่ได้อีกต่อไป … บริษัท Consult ระดับโลกก็พยายามอย่างยิ่งที่จะพาลูกค้าทุกคนไปยังที่ที่ไม่เคยไปนั้นเหมือนกัน นี่เป็นจังหวะที่พวกเราสามารถช่วยงานลูกค้าของเราได้ไม่แพ้บริษัทต่างชาติ เพราะทุกคนก็อ่านมาเท่ากัน เคยลองทำมาพอ ๆ กันกับเรานี่แหละ”

“ … อายุจึงไม่ใช่ปัญหา แต่ Mindset ที่ไม่อยากปรับตัวแล้วพยายามย้อนกลับไปหาตัวอย่างความสำเร็จจากอดีตมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นปัญหาที่จะสร้างความเสียหายที่รุนแรงกว่าเดิมในโลกยุคปัจจุบัน”

Walking with the Giants

ด้วยอายุเพียงแค่นี้ แต่ถูกผลักดันให้ต้องคิดสิ่งใหม่เพื่อมานำเสนอและร่วมกันตอบข้อซักถามต่อผู้บริหารระดับ CEO, COO, CFO, CMO และ Directors, Managers ของลูกค้าที่เป็นบริษัทมหาชนล้วน ๆ นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะเจอกันได้ในทุกบริษัทนะครับ

และไม่ใช่ว่าเราไม่มีทีมซีเนียร์ระดับสามสิบกว่าที่จะนำเสนองานต่อลูกค้า แต่เป็นเพราะ Directors ของเราทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า “คนที่คิดและลงมือทำควรจะต้องเป็นคนนำเสนอ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่จะสร้างประสบการณ์ในชีวิตของเขาขึ้นมา”

เชื่อว่าน้อง ๆ รู้สึกดีที่เราได้เล่นเกมส์ใหญ่เคียงบ่าเคียงไหล่กับยักษ์ทางธุรกิจทุกวัน การที่ได้ Walking with the Giants มาตั้งแต่อายุเท่านี้ ถ้าเป็นผมก็จะภูมิใจในตัวเองมากที่ได้รับการยอมรับทางความคิดจากพี่ ๆ ทุกท่าน … ข้อพิสูจน์ก็คือลูกค้าเกือบทุกรายต้องเดินมาแอบถามผมเสมอว่าเราคัดคนด้วยวิธีไหนถึงได้ทีมคุณภาพแบบนี้? พวกเราทุกคนที่ FireOneOne คงรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย มีหลายบริษัทขอให้ผมช่วยหาคนให้บ่อย ๆ ด้วยซ้ำ

คนรุ่นใหม่ยังไม่ได้เก่งไปหมดทุกเรื่อง

แน่นอนว่าพวกเราน่าประทับใจ แต่ก็ยังไม่ได้ Perfect หรอกนะครับ หลายคนอาจจะยังกลัว ๆ อยู่กับการที่ต้องทำงานนานหลายเดือนกับลูกค้าที่เป็น Directors, Managers และทีมของลูกค้าที่พี่ ๆ เขาทำงานของเขามานานเป็นสิบ ๆ ปี แน่นอนว่าเราอาจจะถูกกดดันจากความเชี่ยวชาญของพวกเขาที่สร้างยอดขายปีละหลายพันล้านหลายหมื่นล้านกันเป็นปกติทุกปีอยู่แล้ว แต่ผมเชื่อว่ายิ่งทำต่อไปพวกเราก็จะค่อย ๆ หายกลัวไปในที่สุดเพราะเราเองก็รู้ในสิ่งที่เราควรรู้ ลูกค้าจึงต้องการเราเสมอ

บางคนอาจจะยังเจ็บใจตัวเองอยู่ที่ลืมพูดประเด็นสำคัญในที่ประชุมตามเวลาที่วางแผนมา ผมก็เชื่อว่าความเจ็บใจที่อุตส่าห์เดินมาสารภาพกับพี่ ๆ นี้จะได้รับการจดจำและจะไม่ทำผิดเรื่องนี้อีกเลย

บางคนอาจจะยังทำงานกับเพื่อนได้ไม่ดีพอ แต่ก็มั่นใจว่าโปรเจ็กท์ต่อไปจะช่วยเหลือเพื่อนได้มากขึ้นอีก

บางคนอาจจะเคยเขียนผิดเขียนถูกทั้งในเอกสารและในสไลด์เพราะมัวแต่จัดการเรื่องของไอเดียและการออกแบบจนลืมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่ทุกวันนี้ผมแทบไม่ต้องช่วยดูแล้วเพราะพวกเราในทีมช่วยกันดูทุกจุด

ทุกคนต่างก็มีจุดที่ต้องปรับปรุงและนำไปแก้ไข ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่พวกเรา “เห็น” และ “รู้ตัว” เราจึงปรับตัวให้ดีขึ้นกันได้ตลอดเวลา

ปล่อยให้คิดได้อิสระหรือสั่งไม่ชัดเจน?

การทำงานที่ FireOneOne นั้นมีอิสระมากแบบที่เปิดให้คิดเองได้ทุกอย่าง รู้ว่าทุกคนมีความสามารถของเขาเอง ไม่มีใครชี้นิ้วสั่งงาน ไม่มีใครต้องทำงานรับใช้คนอื่นในออฟฟิศ

แต่หลายคนกลับพบว่ามีความยากเกิดขึ้นในชีวิต นั่นก็คือพวกเราต้องตั้งคำถามเองหรือตั้งโจทย์เองตลอดเวลา รวมถึงคำตอบที่พวกเราก็ต้องหาให้เจอเองด้วย … การทำงานที่เปิดให้คิดได้อิสระให้ดีได้นั้นต้องเป็นคนตั้งโจทย์ที่สมเหตุสมผลเป็นและหาคำตอบเป็น … หาคำตอบกลับไม่ใช่เรื่องยาก แต่ตั้งโจทย์ให้ถูกนี่กลายเป็นยาขม

มีหลายบริษัทในโลกนี้ที่ใช้วิธีที่ค่อนข้างอิสระ และมีหลายบริษัทในเมืองไทยก็เอามาลองใช้ดูเพราะคนเรียกร้องกันเยอะว่าอยากทำงานกับบริษัทแบบนี้ แต่น่าเสียดายที่คนที่ดูเหมือนจะเก่งหลายคนไม่สามารถทำงานแบบนี้ได้ และย้อนกลับไปจบลงตรงที่โทษคนอื่นว่า “Requirement ไม่ชัดเลยทำไม่ได้” … แทนที่จะบอกว่า “ฉันตีโจทย์ผิดมาตั้งแต่ต้น และฉันมั่นใจว่ามันถูกมาตลอดจนกระทั่งรู้ทีหลังว่าที่ทำมามันผิดหมดทุกอย่าง”

การที่พวกเราจะต้อง “เข้าใจ” ธุรกิจในวันนี้ของลูกค้าอย่างถ่องแท้ตั้งแต่ต้นก่อนที่จะเริ่มคิดถึงธุรกิจในอนาคตนั้นจะต้องใช้กระบวนการศึกษาข้อมูลเยอะมาก ทุกสิ่งที่ใช้ในตอนเรียนจะได้ใช้ประโยชน์ก็ตอนนี้ละครับ เราพบว่าบางคนหาข้อมูลเก่งมาก ทักษะการหาข้อมูลนั้นไม่ใช่แค่ google ให้เจอ แต่ข้อมูลที่เขาได้มานั้นมันถูกต้องแบบพอดีระหว่างปัจจุบันและอนาคต … เรายังมีคนที่ตีโจทย์แตกกระจุยภายในเวลาสั้น ๆ และพาพวกเราไปอีกขั้นนึงด้วยการตั้งคำถามที่ไม่มีใครเคยถาม … เรามีน้องอายุน้อยที่เรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วมาก ส่งไปศึกษางานไม่นานก็กลับมาวางผังโครงสร้างการทำงานของบริษัทมหาชนให้ทุกคนในทีมได้ศึกษาต่อได้เลย … ถ้าได้ทั้งหมดนี้ในคนเดียวนี่เป็นความมหัศจรรย์ แต่โชคดีที่เราทำงานเป็นทีม เราเลยไม่ต้องเป็นมนุษย์มหัศจรรย์กันแบบเร่งด่วน

แต่หลายคนที่เราเจอมานั้นเขาใช้ความอิสระอย่างสิ้นเปลืองจนไม่มีทิศทาง และนำเสนอสิ่งที่เคว้งคว้างเกินไปจนลูกค้าไม่สามารถรู้สึกอย่างที่เราอยากให้รู้สึก (ว่านี่คืออนาคตทางธุรกิจของพวกเขา) … ส่วนบางคนก็พยายาม Logic จนไม่มีความสร้างสรรค์และมีแต่ความเป็นไปไม่ได้ เลยนำเสนอออกมาอย่างที่ใครก็รู้ว่าลูกค้าคงเคยลองทำไปแล้ว … เป็นงานที่ผมเคยบอกว่าดูเหมือนจะง่าย แต่มันยากมากสำหรับบางคน

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าควรจะใช้ทักษะในการฟุ้งเมื่อไหร่ หรือควรจะใช้ Logic เยอะ ๆ กันตอนไหน … แต่นี่คือสิ่งที่พวกเรามี และนี่คือความแตกต่างที่เป็นคุณค่าของเราในวันนี้ ถ้าเราไม่ทำให้ดี เราก็ไม่ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่นักหรอก … สุดท้ายก็ไปจบตรงที่ว่าใครดังกว่ากัน และจบที่ลูกค้าที่ผิดหวังกับการจ้างคนดังมาทำงานให้มากกว่าที่จะประทับใจและอิ่มเอมกับสิ่งที่เขาได้รับ

วิธีการปรับตัวให้เข้ากับโลกธุรกิจจากนี้เป็นต้นไป

เราต้องสัมผัสให้เร็ว เรียนรู้ให้เร็ว และปรับตัวให้เร็ว
สร้างความรู้แท้ ๆ ขึ้นมาก่อนที่เราจะยุ่งจนไม่มีเวลาได้ตกผลึก
ในเมื่อเราไม่อยากเป็นคนที่จะ “ตัดแปะ” ทุกสิ่งเมื่ออายุเยอะขึ้น
เราก็ควรจะเป็นคนที่รู้จริงในสิ่งที่ทำ เพื่อที่จะทำให้ถึงที่สุดจริง ๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย

การยอมรับของลูกค้านั้นจะเป็นรางวัลเงียบ ๆ ที่จะรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่อยู่ในหัวใจเราเสมอ … และนี่เป็นสิ่งที่เราควรจะมีเอาไว้ทุกคน

ดีใจและภูมิใจที่ได้ทำงานกับทุกคนครับ
พี่ไวท์ 15 มิถุนายน 2562